กฎหมายและ พรบ.อาคารชุด และหมู่บ้านจัดสรร
พระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. 2522 เป็นกฎหมายที่กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการจัดตั้ง การจดทะเบียน การถือกรรมสิทธิ์ และการบริหารจัดการอาคารชุด (คอนโดมิเนียม)
เพื่อให้เจ้าของห้องชุดและผู้เกี่ยวข้องมีสิทธิและหน้าที่ที่ชัดเจน (กรมการจัดหางาน)
สาระสำคัญของ พรบ.อาคารชุดและหมู่บ้านจัดสรร
1. ความหมายของอาคารชุด
- อาคารที่สามารถแบ่งกรรมสิทธิ์เป็นห้องชุดแต่ละห้องได้
- เจ้าของห้องชุดมีกรรมสิทธิ์ใน “ทรัพย์ส่วนบุคคล” (ห้องชุดของตน)
- และมีกรรมสิทธิ์ร่วมใน “ทรัพย์ส่วนกลาง” เช่น ลิฟต์ โถง บันได สระว่ายน้ำ ถนนภายในโครงการ
2. การจดทะเบียนอาคารชุด
- ผู้ประกอบการต้องจดทะเบียนอาคารชุดกับกรมที่ดินก่อนโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดให้ผู้ซื้อ
- มีการกำหนดแผนผัง รายการทรัพย์ส่วนกลาง และอัตราส่วนกรรมสิทธิ์ของแต่ละห้อง
3. นิติบุคคลอาคารชุด
- เมื่อจดทะเบียนอาคารชุดแล้ว จะมี “นิติบุคคลอาคารชุด” เพื่อดูแลและบริหารทรัพย์ส่วนกลาง
- มีผู้จัดการและคณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุดที่ได้รับการแต่งตั้งจากที่ประชุมเจ้าของร่วม
4. สิทธิและหน้าที่ของเจ้าของร่วม
- ใช้ประโยชน์จากทรัพย์ส่วนกลางได้ตามกฎหมายและข้อบังคับ
- ต้องชำระค่าใช้จ่ายส่วนกลางตามสัดส่วนกรรมสิทธิ์
- ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับของอาคารชุด และไม่ใช้ห้องชุดหรือทรัพย์ส่วนกลางในลักษณะที่ก่อความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น
5. การประชุมใหญ่เจ้าของร่วม
- มีอำนาจพิจารณาเรื่องสำคัญ เช่น
- เลือกคณะกรรมการ
- อนุมัติงบประมาณ
- กำหนดค่าใช้จ่ายส่วนกลาง
- แก้ไขข้อบังคับของอาคารชุด
6. ค่าใช้จ่ายส่วนกลาง
- เจ้าของร่วมทุกคนต้องร่วมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดูแล บำรุงรักษา และบริหารทรัพย์ส่วนกลาง
- หากค้างชำระ นิติบุคคลอาคารชุดมีสิทธิดำเนินการตามกฎหมายเพื่อเรียกเก็บได้
7. ข้อบังคับและการบังคับใช้
- อาคารชุดแต่ละแห่งต้องมีข้อบังคับเกี่ยวกับการอยู่อาศัย การใช้ทรัพย์ส่วนกลาง และการบริหาร
- เจ้าของร่วม ผู้เช่า และผู้พักอาศัยต้องปฏิบัติตามข้อบังคับดังกล่าว
วัตถุประสงค์ของกฎหมาย
- กำหนดระบบกรรมสิทธิ์ห้องชุดให้ชัดเจน
- คุ้มครองสิทธิของผู้ซื้อห้องชุด
- กำหนดแนวทางการบริหารทรัพย์ส่วนกลางอย่างเป็นระบบ
- ลดข้อพิพาทระหว่างเจ้าของร่วมและผู้บริหารอาคารชุด
ณ ปัจจุบันที่ผู้เขียนได้เผยแพร่บทความนี้ พระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. 2522 ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมหลายครั้ง (เช่น พ.ศ. 2534, 2542 และ 2551) เพื่อให้สอดคล้องกับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และการบริหารอาคารชุดในปัจจุบัน และนอกจาก พ.ร.บ. อาคารชุด พ.ศ. 2522 (และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม) ซึ่งเป็นกฎหมายหลักแล้ว การสร้าง การซื้อขาย และการอยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมยังถูกควบคุมด้วยกฎหมายอื่น ๆ อีกหลายฉบับ เพื่อความปลอดภัยและความเป็นธรรมครับ กฎหมายสำคัญที่เกี่ยวข้องกับอาคารชุด มีดังนี้ครับ
กฎหมายควบคุมการก่อสร้างและความปลอดภัย
- พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522: ควบคุมระยะถอยร่น ระยะห่างจากแนวเขตที่ดิน และโครงสร้างความแข็งแรงของตึก กฎกระทรวง ฉบับที่ 33 (พ.ศ. 2535): กำหนดมาตรฐานเข้มงวดสำหรับ อาคารสูง (สูงเกิน 23 เมตร) และ อาคารขนาดใหญ่พิเศษ (พื้นที่รวมเกิน 10,000 ตร.ม.) เช่น ระบบดับเพลิงอัตโนมัติ ทางหนีไฟ และบันไดหนีไฟ
กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคและการซื้อขาย
- พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522: ควบคุมไม่ให้ผู้ประกอบการโฆษณาเกินจริง และดูแลเรื่องสัญญาที่ไม่เป็นธรรมประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา (เรื่อง ให้ธุรกิจการขายห้องชุดเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา): บังคับให้ใช้ “สัญญามาตรฐาน (อช. 22)” ในการซื้อขายคอนโดมือหนึ่ง เพื่อป้องกันไม่ให้โครงการเอาเปรียบผู้ซื้อ เรื่องกำหนดเวลาสร้างเสร็จ หรือการริบเงินดาวน์
กฎหมายสิ่งแวดล้อม
- พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535: บังคับให้โครงการคอนโดมิเนียมที่มีจำนวนห้องตั้งแต่ 80 ห้องขึ้นไป หรือมีพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 4,000 ตร.ม. ขึ้นไป ต้องทำรายงาน EIA (การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม) ให้ผ่านก่อน จึงจะเริ่มก่อสร้างได้
กฎหมายการอยู่อาศัยและการใช้สิทธิ์ทั่วไป
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.): ใช้ควบคุมในเรื่อง “เหตุรำคาญ” (เช่น เสียงดัง กลิ่นเหม็น ละเมิดสิทธิ์) และเรื่องการซื้อขาย โอนกรรมสิทธิ์ทั่วไปที่ พ.ร.บ. อาคารชุด ไม่ได้ระบุไว้โดยเฉพาะ พ.ร.บ. การสาธารณสุข พ.ศ. 2535: ใช้จัดการกรณีห้องข้างเคียงสร้างความเดือดร้อนรำคาญอย่างรุนแรง เช่น การเลี้ยงสัตว์ส่งกลิ่นเหม็น หรือเสียงดังยามวิกาล
บทสรุป
ทั้งหมดนี้เป็น พ.ร.บ.ที่เกี่ยวข้องอาคารชุด และ หมู่บ้านจัดสรร ซึ่งจะมีขอบเขตอยู่ภายใต้ พ.ร.บ.นี้ทั้งสิ้น แต่อาจจะมีเรื่องอื่นที่เกี่ยวข้องอีกได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่รัฐบาล หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเขียนร่างกฎหมายมาใช้เพิ่มเติมได้ในอนาคต







